ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ
royal hill ในปี 2000-2001 สถิติทำ 9 ประตูใน 11 เกมในฤดูกาล ทำให้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมดังของแห่งศึกบุนเดสลีกา ตัดสินใจคว้าตัวดาวเตะชาวบัลแกเรียน มาช่วยล่าตาข่ายในเดือนม.ค. 2001จาการออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 24 นัด 2 ฤดูกาลถัดมา เบอร์บาตอฟ เริ่มทำผลงานได้ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยสอยไปอีก 46 ประตู ซึ่งรวมถึง 5 ประตู ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2004-05 และนั่นทำให้เขาเริ่มกลายเป็นที่สนใจของหลายสโมสรดังในยุโรป ทว่า สุดท้ายกลายเป็น ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมดังจากเกาะอังกฤษ ที่คว้าตัวรองดาวซัลโวบุนเดสลีก้า ฤดูกาล 2005-06 ไปครองด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร (ราว 800 ล้านบาท)หัวหอกหมายเลขเก้าระเบิดฟอร์มเก่งด้วยความขยันซ้อมและการพูดคุยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยนำสามารถทำ 3 ประตูในเกมชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในสายตาแฟนบอลมากขึ้น รวมถึงยังโชว์ฟอร์มสุดยอดทำคนเดียว 5 ประตูในเกมชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์สไปอย่างขาดลอย 7-1 ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ที่ยิง 5 ประตูในเกมเดียว ต่อจาก แอนดี้ โคล, อลัน เชียเรอร์ และ เจอร์เมน เดโฟ และตอนนี้เป็นดาวชันโวของพรีเมียร์ลีกด้วย แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่คงที่แน่นอนจึงทำให้เขาตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง ไอปอนหลังเปิดฉากการทำประตู ให้กับซีเอสเคเอ พรสวรรค์ และความโดดเด่นของเบอร์บาตอฟ ดึงดูดสายตาของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จากเยอรมันมาคว้าตัวไปรับหน้าที่ศูนย์หน้าล่าตาข่าย ในเดือน ม.ค. 2001 แต่การร่วมทีมกับเลเวอร์คูเซ่น กลับดูเหมือนจะฝืดๆ อืดๆ ในช่วงแรก จนกระทั่งเขาได้สำแดงฤทธิ์เดชสร้างชื่อให้กับตัวเอง ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการโซโล ทำประตูเอาในแมทช์ที่บี้กับลียง และอีกเกมที่สามารถทะลวงตาข่ายของหงส์แดง ลิเวอร์พูลนอกจากความโดนเด่นในระดับสโมสรแล้ว เบอร์บาตอฟยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติ บัลแกเรีย สร้างผลงานจนได้รับเสนอชื่อเข้ารับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2002, 2004 2005 และ 2007 ตัวแดงในสมุดพกของดิมิตาร์ เบอร์มาตอฟ มีแค่ครั้งที่เขาสังกัดอยู่ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งเขี่ยแมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เดือนเมษายน ปี 2002 โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมนีroyal hill
